>>>>>>>>>>>>>>>>> >>>>>>>ข้อมูลสนับสนุนการวางแผนการใช้สื่อ> >>>>>>>>>>>>>>> >>


=

=
1.วิธีการสอนแบบบรรยาย
>>>>>>วิธีการสอนแบบบรรยาย หมายถึง วิธีสอนที่ผู้สอนบอกเล่า อธิบาย เนื้อหาเรื่องราวต่างๆให้แก่ผู้เรียน การสอนแบบบรรยาย (Lecture) เป็นวิธีการสอนที่เก่าแก่มากที่สุดได้รับความนิยม และความสนใจจนถึงปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้ในการสอนที่เน้นเนื้อหารายวิชา มักใช้ควบคู่กับโสตทัศนอุปกรณ์และเป็นส่วนหนึ่งของการสอนในวิธีอื่น ๆ

ลักษณะของการสอนแบบบรรยาย
1. ผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียน ในรูปแบบของการบอกเล่า บอกกล่าว อธิบายความหรือพรรณนาความ
2. ผู้เรียนเป็นฝ่ายฟังการสอน โดยอาจจะจดบันทึกสาระสำคัญตามที่ผู้สอนถ่ายทอด
มุ่งให้เร้าใจไปสู่ในเนื้อหาสาระโดยตรง (Inspirational)
3. มุ่งถ่ายทอดความรู้โดยตรงแก่ผู้ฟัง ลดเวลาหรือย่นระยะเวลาในการสอนได้ดีกว่าวิธีการสอนแบบอื่น
4. เน้นการถ่ายทอดสาระวิชาการ โดยผู้สอนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนแบบบรรยาย
1.ขั้นเตรียมการสอน
>> - วินิจฉัยผู้เรียน
>>- เตรียมเนื้อหา
>>- เตรียมคำถาม
>>- เตรียมสื่อการเรียนการ
2.ขั้นสอน
>>- ขั้นนำ
>>- ขั้นอธิบายขั้นสอน
>>- ขั้นสรุป
3.ขั้นติดตามผล
>>- วัดและประเมินผลผู้เรียน
>>- วัดและประเมินผลผู้สอน
ที่มา : http://www.learners.in.th/blogs/posts/280975


2. วิธีสอนโดยใช้เกม



ความหมาย ( ทิศนา แขมมณี 2543 : 81 – 85 )
วิธี สอนโดยใช้เกม เป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ อย่างสนุกสนานและท้าทายความสามารถ โดยผู้เรียนเป็นผู้เล่นเอง ทำให้ได้รับประสบการณ์ตรง เป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมสูง
ขั้นตอนสำคัญของการสอน
1. ผู้สอนนำเสนอเกม ชี้แจงวิธีการเล่น และกติกาการเล่น
2. ผู้เรียนเล่นเกมตามกติกา
3. ผู้สอนและผู้เรียนอภิปรายเกี่ยวกับผลการเล่นและวิธีการเล่นหรือพฤติกรรมการเล่นของผู้เรียน
ที่มา : http://news4teacher.blogspot.com/2010/04/blog-post_3895.html

3.มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 4 มาตรฐานที่ 1
ตัวชี้วัด : ท 4.1 ป.4/6 บอกความหมายของสำนวน
ที่มา : http://www.curriculum51.net/viewpage.php?t_id=2

โดยนายอภิเชษฐ์ บุญศรี

ความหมายของสำนวนไทย

สำนวนไทย คือ ถ้อยคําหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า สำนวน คือถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือความที่เรียบเรียงขึ้นในเชิงอุปมาอุปมัยโดยมีนัยแฝงเร้นซ่อนอยู้อย่างลึกซึ้ง แยบคาย เพื่อให้ผู้รับได้ไปตีความ ทำความเข้าใจด้วยตนเองอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอาจแตกต่างไปความหมายเดิมหรืออาจคล้ายคลึงกับความหมายเดิมก็ได้

ที่มา
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%

B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
โดย นางสาวสุพรรณษา ธานีประเสริฐ


ประโยชน์ของสำนวนไทย


>>>>1. ทำให้ใช้ภาษาในการเขียน ความเรียงต่างๆ ได้ดีขึ้น เป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับความ เรียงที่เขียนขึ้น

>>>>2. ทำให้ได้คติสอนใจ ในด้านต่างๆ เช่น
>>>> - ด้านการเรียน ตัวอย่างๆ “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” “ฝนทั่งให้เป็นเข็ม” “ความรู้ท่วม หัวเอาตัวไม่รอด”
>>>> - ด้านการคบค้าสมาคม ตัวอย่าง “คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ” “คบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง”
>>> >- ด้านการครองเรือน ตัวอย่าง “ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า” “ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน”
>>>> - ด้านความรัก ตัวอย่าง “ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน” “รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ” “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”

>>>>3. ทำให้ทราบความเป็นอยู่ของคนในสังคม ในสมัยที่เกิดสำนวนโวหารนั้น ว่ามีความเป็นอยู่ อย่างไร เช่น “อัฐยายซื้อขนมยาย” “แบ่งสันปันส่วน” “หมูไปไก่มา”

>>>>4. เป็นการรักษาวัฒนธรรมทางภาษาอันเป็นมรดกที่ล้ำค่าของไทยไว้ให้ลูกหลานภาคภูมิใจ

ที่มา
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/thai04/02/suriyothai/samnun.htmโดย นางสาวสุพรรณษา ธานีประเสริฐ

ภาพสื่อ พี่ใจดีโดยนางสาวสุพรรณษา ธานีประเสริฐ


ตัวอย่างสำนวนไทย

ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด
= What is done by night appears by day.
= ความผิดหรือความชั่วร้ายแรงที่รู้กันทั่ว จะปิดอย่างไรก็ไม่มิด


ขี่ช้างจับตั๊กแตน
= To use a sledgehammer to crack a nut.
= ทำงานใหญ่เกินตัวแต่ได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า


ขวานผ่าซาก
= To call a spade a spade.
= อากับกริยาของคนที่ตรงไปตรงมา มีลักษณะอย่างชัดเจน

จับปลาสองมือ
= So much to do, so little done.
= ผู้ที่ไม่ตัดสินใจให้แน่นอนว่าควรจะทำสิ่งใด เห็นไปว่าสิ่งโน้นก็ดี สิ่งนี้ก็ดี เลยทำหมดทุกอย่าง ทำให้ต้องแบ่งความคิด เวลา และกำลังกาย สำหรับงานเหล่านั้น เป็นเหตุให้งาน แต่ละอย่างไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควรจะได้ ในที่สุดเขาจะทำงานไม่ได้ดีเลยแม้แต่สักอย่างเดียว

ที่มา http://funtales4u.blogspot.com/2010/09/blog-post_19.html
โดย นางสาวอุมาภรณ์ ใคร่ครวญ



ตัวอย่างสำนวนไทย

กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี หมายถึง เมื่อคราวบ้านเมืองอับจน ย่อมมีคนดีมาช่วยกู้สถานการณ์บ้านเมืองได้

คนดีผีคุ้ม หมายถึง คนดีเมื่อถึงคราวตกอับ มักมีคนมาช่วยเหลือไว้เสมอ

คนตายขายคนเป็น หมายถึง ผู้ที่ตายไปแล้วญาติจัดงานศพยิ่งใหญ่ ทำให้เป็นการสิ้นเปลืองแก่ผู้อยู่

คนรักเท่าผืนหนัง หมายถึง คนชังเท่าผืนเสื่อ คนที่รักเรากับคนที่เกลียดชังเรามีอยู่มากพอกัน

ชีปล่อยปลาแห้ง หมายถึง ทำเป็นคนใจบุญ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่

เด็กเลี้ยงแกะ หมายถึง คนที่ชอบพูดปดอยู่เสมอ จนไม่มีใครเชื่อถือ

เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด หมายถึง ให้ทำตามผู้ใหญ่แล้วจะได้ดีเอง

ทำนาบนหลังคน หมายถึง เบียดเบียนคนที่มีฐานะด้อยกว่า

พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง หมายถึง พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นิ่งเสียดีกว่า

ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด หมายถึง รู้เรื่องไม่ละเอียดถี่ถ้วน แล้วเอาไปพูดต่อผิด ๆ


ที่มา http://blog.eduzones.com/froze/2809
โดย นางสาวจิตตินันท์ เพิ่มพูลสุขยิ่ง


ตัวอย่างสำนวนไทย

ที่เท่าแมวดิ้นตาย

มีที่มาจากนิทานพื้นบ้าน เรื่อง "ศรีธนญชัย" ตอนที่ศรีธนญชัยกราบทูลขอที่ดินจากพระเจ้าแผ่นดิน ขอเพียงที่เท่าแมวดิ้นตายเท่านั้น พระเจ้าแผ่นดินเห็นว่าเป็นที่ดินเพียงเล็กน้อย จึงทรงอนุญาต ศรีธนญชัยได้ทีจึงเอาแมวตัวหนึ่งมาผูกเชือกที่คอ แล้วเฆี่ยนให้แมวดิ้นไปเรื่อย ๆ กว่าแมวตัวนั้นจะตายก็กินพื้นที่เป็นอาณาบริเวณกว้าง
"ที่เท่าแมวดิ้นตาย" หมายถึง ที่ดินเพียงเล็กน้อย


แมวไม่อยู่ หนูละเลิง ความหมายว่า เหลิงจนลืมตัว ลำพอง หรือคึกคะนอง แต่ในปัจจุบันมักจะใช้ "แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง"

สำนวนนี้หมายถึง เวลาที่ผู้ใหญ่ไม่อยู่ผู้น้อยก็เล่นกันคึกคะนอง ลำพองตน ที่ว่าสำนวนนี้น่าสนใจก็เพราะว่า การเอาธรรมชาติของหนูที่กลัวแมวมาเปรียบเทียบ โดยเปรียบแมวเป็นผู้ใหญ่ เปรียบหนูเป็นผู้น้อยนั่นเอง และบางโอกาสสำนวนนี้ก็จะมีคำต่อท้ายสำนวนด้วย คือ
"แมวไม่อยู่ หนูร่าเริง แมวมาหลังคาเปิง"
นั่นคือเวลาผู้ใหญ่ไม่อยู่ ผู้น้อยก็เล่นกันอย่างเมามัน สนุกสนาน ครั้นผู้ใหญ่กลับมาก็ลนลาน รีบเก็บกวาดข้าวของและสถานที่ให้อยู่ในสภาพปกติ เสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ฝากเนื้อไว้กับเสือ ฝากปลาย่างไว้กับแมว

มีที่มาจากบทเสภาหลวงเรื่อง "ขุนช้าง-ขุนแผน" ตอนที่ขุนแผนทิ้งนางวันทองไว้กับขุนช้าง แล้วขุนแผนก็คิดว่า "เราฝากวันทองไว้กับขุนช้างเหมือนฝากปลาย่างไว้กับแมว"
เพราะขุนช้างก็รักนางวันทองเช่นกัน ดังคำประพันธ์จากบทเสภาหลวงเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ดังนี้
เนื้อตกถึงเสือหรือจะงด อร่อยรสค่อยกินเป็นภักษา
ทิ้งไว้ให้มันสองเวลา เจ้าแก้วตานี้จะเป็นประการใด
สำนวนนี้บางทีอาจใช้ว่า "ฝากอ้อยไว้กับช้าง ฝากปลาย่างไว้กับแมว" ก็ได้ทั้งสองแบบ เพราะทั้งสองแบบมีความหมายเหมือนกันคือ ฝากสิ่งใดไว้กับผู้ที่ชอบสิ่งนั้น ย่อมสูญเสียให้กับผู้นั้นไป


หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว

ความหมายว่า การทำประชดหรือแดกดันที่ผู้ทำรังแต่จะเสียประโยชน์ ตัวอย่างเช่น คุณยกสมบัติให้เขาไปแบบนี้ เหมือนหุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว เขายิ่งชอบใจ เอาไปถลุงใช้เพลินไปเลย เป็นต้น
สำนวนนี้มีที่มาจากความจริงที่ว่า โดยทั่วไปแล้ว หมาชอบข้าว และแมวก็ชอบกินปลา ดังนั้น เมื่อหุงข้าวหรือปิ้งปลาให้ ทั้งหมาและแมวก็กินเสียเพลิน มีความสุข แต่คนหุงคนปิ้งกลับเสียของเอง เปรียบเหมือนเราโกรธใครแล้วให้ในสิ่งที่ผู้นั้นขอเพื่อเป็นการประชดแดกดัน ก็เท่ากับเข้าทางเขา และผู้ที่เสียประโยชน์ก็คือตัวเราเอง เพราะไหนจะไม่หายโกรธแล้ว ยังต้องเสียของไปอีก
เรียกว่าเป็นการประชดแดกดันอย่างไม่ถูกทาง และทำให้เสียหายเพิ่มขึ้น ดังเช่นคำประพันธ์จากสุภาษิตคำโคลงของสำนวน "หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว" ดังนี้
ประชดหมายเรียกร้อง เห็นใจ
จึงทุ่มเทกลับไป เฉกแสร้ง
เขารอรับเร็วไว ทุกสิ่ง เสนอนา
เกิดก่อประโยชน์แล้ง ต่างล้วนคือสูญ


ย้อมแมวขาย

เป็นสำนวนที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ ในหมู่ของนักธุรกิจผู้ทำการค้า ในสมัยโบราณคนมักนิยมเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา และเพื่อนก็มักต้องการให้เพื่อนดูดี สวยงาม คนสมัยโบราณจึงใช้ขมิ้นบ้าง ปูนบ้าง มาย้อมสีขนของแมวให้มีสีสันที่สดใสสวยงามเป็นที่สะดุดตา จึงเป็นที่มาของสำนวน
บางตำราก็ว่าสำนวนนี้มี ที่มาจากบรรดาแมวมงคลทั้งหลาย ซึ่งนิยมเลี้ยงในหมู่เจ้าขุนมูลนาย หากชาวบ้านนำแมวลักษณะดีถูกต้องตามตำรามาขายก็จะให้ราคางาม จึงเกิดการ "ย้อมแมว"
คือจับเอาแมวทั่วไปมาแต้มแต่งให้ดูมีลักษณะเหมือนแมวมงคล แล้วจึงนำไปหลอกขาย สำนวนย้อมแมวขายในปัจจุบันมักจะใช้ในการทำธุรกิจการค้าที่หวังผลกำไร หลอกขายสินค้าที่ภายนอกดูดี แต่แท้ที่จริงแล้วด้อยคุณภาพ
บางโอกาสอาจใช้ในการพูดประชดประชัน เสียดสีสาวงามที่เข้าประกวดตามเวทีต่าง ๆ ที่มักถูกปรับโฉมให้สวยงามหลอกสายตาคณะกรรมการ ตรงตามความหมายของสำนวนคือ ตกแต่งสิ่งที่ไม่ดี ไม่สวยงาม โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นของดี
สำนวนทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีที่มาและความหมายแฝงอยู่ แต่ละสำนวนเมื่อฟังแล้วอาจจะให้ความรู้สึกไม่ดี อาจจะฟังแล้วคิดไปในทางที่ลบ บางสำนวนอาจใจร้ายกับแมว หรือมองว่าแมวเป็นสัตว์ที่ไม่น่าไว้วางใจ อาจเป็นเพราะสุภาษิตสำนวนเหล่านี้มีมาแต่โบราณ โดยสำนวนเป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งยุคสมัยนั้นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมวอาจยังมีระยะห่างระหว่างกัน
ที่มา http://www.dekying.com/women1175.htm
โดย นายประภัสร์ เชยชม



ภาพประกอบสำนวนไทย

external image p1-1.jpg
external image p1-1.jpg

ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด


external image %A8%D1%BA%BB%D9%E3%CA%E8%A1%C3%D0%B4%E9%A7.jpg
external image %A8%D1%BA%BB%D9%E3%CA%E8%A1%C3%D0%B4%E9%A7.jpg

จับปูใส่กระด้ง


external image images?q=tbn:ANd9GcSZn_xrQuJcyoqeCgIBUpOXDgUD1UeQzh-p-dGwXmWquAboxhQoqP_IsC4O
external image images?q=tbn:ANd9GcSZn_xrQuJcyoqeCgIBUpOXDgUD1UeQzh-p-dGwXmWquAboxhQoqP_IsC4O

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี



external image %E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg
external image %E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg

ขวานผ่าซาก

ที่มา http://www.google.co.th/search?q
โดย นางสาวอังศุมาลี อินวงศ์






>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>